ในวันหนึ่ง

posted on 16 Oct 2012 15:55 by khonbanyontavan

...... <

 

......
....... <

 

......
...... <

 

......

edit @ 19 Jun 2014 10:00:19 by คนบ้านย้อนตะวัน

ฟ้าลิขิต ปี55

posted on 15 Aug 2012 15:34 by khonbanyontavan
p>

 

หมู่เมฆา......

คลุมเต็มฟ้าแล้วลาลับหายดับสูญ

วันแล้ววันเล่าเฝ้าอาดูร

จนเพิ่มพูนความคับข้องหมองหทัย

 

เกิดอาเพศเหตุใดใคร่อยากรู้

แสนอดสูดูเมฆามาทำได้

หลอกให้หวังตั้งตารอจนท้อใจ

ช่างกระไรมากลั่นแกล้งให้แล้งเยือน

 

ข้าวในนาทุกข์ตรอมจนยอมแพ้

มันยับแย่เกินพรรณนาหาใดเหมือน

ความหมองหม่นมาอิงแอบแทบฟั่นเฟือน

จนเลอะเลือนบ้าใบ้หน่ายชีวิต

 

โปรดเถิดหนาข้ากราบกรานวานขอร้อง

อย่าให้ต้องล้มพับดับดวงจิต

โปรดประทานน้ำฟ้ามาสักนิด

ชุบชีวิตผู้ยากไร้...ไว้สักครา.

edit @ 19 Jun 2014 10:00:51 by คนบ้านย้อนตะวัน

พิมายในสายฝน

posted on 16 Jun 2012 23:07 by khonbanyontavan
เทวาลัยศิลาท้าทายกาล
ยืนตระหง่านผ่านฉนำงามหนักหนา
คืองานศิลป์ที่สรรสร้างอย่างตรึงตรา
วิมายยะตระการตาข้าชื่นชม
ตัดศิลามาต่อเติมเสริมเป็นปรางค์
บรรจงสร้างวางคู่หล้าสง่าสม
ผ่านคืนวันผ่านเวลาท้าแดดลม
มานานนมคนจมลับนับพันปี
คนผ่านทางร้างเพื่อนเยือนอีกครั้ง
พิรุณหลั่งดั่งต้อนรับกลับปรางค์ศรี
ปิติท้นจนอิ่มเอมเปรมฤดี
ชมถ้วนถี่ก่อนอำลาใกล้สายัณห์
ข้ากับหลานผ่านทางมาขอลาก่อน
ถึงอาวรณ์จำจรหนอรอหลานขวัญ
มาผ่อนพักปักหลักดูอยู่ด้วยกัน
ที่ตรงนั้นคือข้างทาง...ห้วยแถลง
<

 

.............
ข้าพเจ้าชื่นชอบวัตถุโบราณ
ซากปรักหักพัง แผ่นอิฐ แผ่นหิน
ร่องรอยเหล่านี้ได้ซึมซับ สั่งสม กระแสธารกาลเวลาเอาไว้<
เพียงเมื่อเราพิเคราะห์และตระหนัก
div>ความจริงอันเป็นนิรันดร์จึงปรากฏ
ความแข็งแกร่งของศิลา ความรุ่งเรืองและอำนาจ
กระทั่งวันคืนที่ผ่านล่วง
ยังต้องถึงจุดเสื่อมสลาย และมิอาจหวนคืน.

edit @ 19 Jun 2014 09:59:08 by คนบ้านย้อนตะวัน

อนิจจัง

posted on 03 Mar 2011 12:37 by khonbanyontavan
ดูสิใบไม้ร่วง.....
 
นั่นก็ใบ  นี่ก็ใบ  โน่นก็ใบ
 
ร่วงทำไมใครกำหนดบทอย่างนี้
 
ควรอยู่ยงคงรอดตลอดปี
 
มีชีวียืนหยัดมหัศจรรย์
 
 
หรือนี่เป็นวงจรชีวิต.....
 
ถูกลิขิตขีดเส้นเป็นเช่นนั้น
 
ยากฝ่าฝืนขืนขับไม่รับมัน
 
ล้วนแปรผันตามเวลานำพาไป
 
 
ใบไม้ร่วงควงปลิวละลิ่วหล่น
 
เกลื่อนกล่นบนพื้นสะอื้นไห้
 
เก่าจากลาใหม่มาแทนทั่วแดนไพร
 
ฉะนี้ไซร้ใครจะฝืนขืนชะตา
 
 
เถอะ! ต้องได้ลาโลกหลอนไปผ่อนพัก
 
เหน็ดเหนื่อยนักเหมือนใบไม้สิ้นไร้ค่า
 
คราปิดฉากคืนซากไว้ให้พสุธา
 
เป็นภักษาให้พืชผลบนแผ่นดิน.
 
 

edit @ 19 Jun 2014 09:58:16 by คนบ้านย้อนตะวัน

เพลงสงครามกับสุนัขชายแดน

posted on 21 Feb 2011 12:32 by khonbanyontavan
มโหรีปี่ก้องทำนองรบ
มันกลืนกลบความอนาถหวาดผวา
เมื่ออัตตาร้อนแรงแผลงศักดา
ชลนาผู้ทุกข์ทนจึงหล่นราย
 
ทิ้งถิ่นฐานบ้านช่องนองน้ำเนตร
เป็นแค่เศษหญ้าไซร้ไร้ความหมาย
จะทุกข์ยากลำบากเข็ญเป็นหรือตาย
จะวอดวายหมองเศร้าใครเล่าสน
 
ขู่กรรโชคแย่งชิงสิ่งสมมุติ
อุตลุตด่าทอล่อข้างถนน
จนเกิดศึกคึกไหม้ไฟลุกลน
ผู้หมองหม่น คน สัตว์ เศร้าร้าวชีวา
 
สุดสงสัยนายข้ามาจากบ้าน
ทิ้งถิ่นฐานให้เราเฝ้ารักษา
ชะแง้หงอยคอยที่ทับนายกลับมา
อยู่เหว่ว้าหอนเห่าเคล้าเสียงปืน
 
คิดถึงนายชายหญิงได้พิงพึ่ง
เสียงตังตึงขวัญฝ่อท้อสุดฝืน
เมื่อไหร่หนอนายข้ากลับมาคืน
และเสียงปืนจะเงียบหายเมื่อไหร่กัน.

edit @ 19 Jun 2014 09:37:52 by คนบ้านย้อนตะวัน

สักการะ พระธุดงค์

posted on 28 Jan 2011 16:45 by khonbanyontavan
 
 
ราตรีคลี่คลุมพุ่มพฤกษ์
อึกทึกหริ่งหรีดกรีดเสียง
แซ่ซ้องเสนาะล้ำสำเนียง
พร้อมเพรียงบรรเลงเพลงไพร
 
นิ่งฟังดั่งมโหรีสวรรค์
กล่อมอรัญโขดเขินเนินไศล
คลายเงียบคลายเหงาเศร้าใจ
มิหวั่นมิไหวในพง
 
วัดจิตวัดใจในเถื่อน
ละเลือนไฟรุมลุ่มหลง
เสาะทางบรรลุธุดงค์
ประสงค์ความสงบสบธรรม
 
พระป่าอยู่ป่ารักษ์ป่า
ศรัทธาประเสริฐเลิศล้ำ
ค้นทางสว่างล้นพ้นกรรม
ชี้นำทางทิพย์นิพพาน.

 

 
  คือพระธุดงค์ ผู้ปลงผู้ปลด  ปล่อยวางละลด ทรหดสืบสาน
มานะพากเพียร ด้วยปรีชาญาณ  แม้ละสังขาร ยังจารติดตรึง
 
  บรรจบครบรอบ ขอนอบรำลึก  ด้วยความรู้สึก อาลัยซาบซึ้ง
แม้กาลผ่าน ไปใจยังคำนึง  ผองศิษย์ร้อยรึง จึงพร้อมเพรียงกัน
 
 
 
 
 
 
ยี่สิบปีพ้นผ่านดั่งวานนี้
 
คุณความดีขอสรรเสริญเกินเสกสรร
 
ยากค้นถ้อยร้อยคำมาจำนรรจ์
 
อภิวันท์นบไหว้ใจศรัทธา.
 
 
 
 

edit @ 19 Jun 2014 10:02:01 by คนบ้านย้อนตะวัน

ใต้ฟ้าเดียวกัน

posted on 13 Jan 2011 15:17 by khonbanyontavan
 
 

ครุ่นคนึงถึงความหลังเมื่อครั้งก่อน

พเนจรลุยล่องท่องยุทธภพ

เจอทั้งเทพทั้งมารคร้านจะสบ

จึงลี้หลบกบดาน ณ ฐานดง

หยิบมีดพร้ามาถากถางสร้างเพิงพัก

ที่พำนักเก็บกักร่างดังประสงค์

หวั่นภัยร้ายเยี่ยมกรายใกล้ไม่มั่นคง

เกรงลูกหลงอาจประชิดมิตรสหายข้า

ทั้งอาจนำความมัวหมองสู่ผองเพื่อน

ถึงกระเทือนสิ้นสุขทุกข์หนักหนา

จากความคิดผิดสำแดงแรงศรัทธา

ของคนบ้าต่ำต้อยคอยย้อนตะวัน

ขอบคุณพี่ขอบคุณน้องและผองเพื่อน

ไม่ลบเลือนกาลผ่านมาข้าสุขสันต์

จะจดจำทุกวันคืนขอยืนยัน

และคงมั่นคิดนึก..รำลึกถึง

...........

 

ขออภัยหากใช้คำที่เชือดเฉือน

วอนผองเพื่อนอย่ากล่าวโทษอย่าโกรธขึ้ง

อย่าฉงนกลถ้อยถกตกตลึง

คำรำพึงภาษา..คนบ้าบอ

ใช้อักษรเป็นอาวุธสุดจะแสบ

ดูยลแยบแบบหญิง งงจริงหนอ

ท่านทั้งหลายสหายข้าอย่าหน้างอ

คำหยอกล้อจากคนบ้า…ข้าขอโทษ

 

อยากกลับไปแต่จนใจลืมรหัส

ทั้งอึดอัดหวั่นขัดใจให้เขาโกรธ

ถึงเคืองขุ่นจุ้นถลามาด่าโคตร

ใช่ครวญโอดให้หลงถ้อยที่ร้อยกลึง

......................

หากข้าเคยเอ่ยวจีที่พลาดพลั้ง

มิทันยั้งชั่งใจดูก่อนครู่หนึ่ง

กล่าวพล่อยพล่อยให้คิดจำติดตรึง

จนซาบซึ้งชังหน้าตัวข้านี้

ก็ตามแต่ตัวเจ้าจะเข้าใจ

แต่อยากให้หทัยลองตรองถ้วนถี่

ข้าปุถุชนคนต้อยต่ำช้ำชีวี

มีทั้งดีทั้งชั่วในตัวตน

ใช่เป็นคนเลอเลิศประเสริฐสุด

วอนจงหยุดตรึกตราอย่าสับสน

ข้าดีร้ายโทสะมีปะปน

ทั้งเป็นคนต่ำต้อยคอยเจียมตัว

คิดประมาณมิหาญเปรียบเทียบฟากฟ้า

เป็นแค่หญ้า..ตริตรองมองเงาหัว

ประจักษ์แจ้งในอุราข้าหวั่นกลัว

จะเป็นตัวถ่วงความสุข..ของทุกคน

ขออภัยได้ล่วงเกินให้เมินหมาง

คำทุกพยางค์ที่เลวไซร้ให้ผ่านพ้น

วอนอย่าเคืองขุ่นข้องหมองกมล

ข้าเป็นคน….ขวานผ่าซาก…ปากไม่ดี

คิดถึงสนามเหนือเอ๋ยเคยประดาบ

และซึ้งซาบห้องสงบเคยหลบลี้

เรียบเรียงถ้อยร้อยบุปผามาแรมปี

ก่อนจรลี..จากไกล…ใจคิดถึง.


 

 

edit @ 19 Jun 2014 09:38:31 by คนบ้านย้อนตะวัน